จับตายตัวร้ายต้นเหตุผมร่วง
จับตายตัวร้ายต้นเหตุผมร่วง
ถึงทรชนคนโฉดรายนี้อาจจะไม่ได้ขโมยข้าวของเงินทองของสาวๆ ไป แต่มันก็ทำลายความมั่นใจและความสวยใสของเรา


ภาพจาก : health.kapook.com

ถึงทรชนคนโฉดรายนี้อาจจะไม่ได้ขโมยข้าวของเงินทองของสาวๆ ไป แต่มันก็ทำลายความมั่นใจและความสวยใสของเรา โทษครั้งนี้อภัยไม่ได้เช่นกัน! แต่เหล่าร้ายใช้วิธีไหนนะถึงได้ทำให้ผมสลวยของเราร่วงได้...

1. เครื่องสำอาง เครื่องสำอางสำหรับผมมีหลายอย่าง ตั้งแต่น้ำยาย้อมสี น้ำยาโกรก น้ำยากัดสี รวมไปถึงการดัด และการยืดผมด้วย ของทุกอย่างที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสารเคมีทำให้เส้นผมอ่อนแอแตกหักง่ายได้ทั้งนั้น สาวๆ ผมสวยจึงไม่ควรจะใช้สารเคมีกับผมให้บ่อยนัก และเมื่อใช้แล้วก็ต้องมีการบำรุงผมให้มากเป็นพิเศษด้วย

2. รัด มัด ถัก เพราะกรรมวิธีที่จะนำมาซึ่งทรงผมเก๋ๆ พวกนี้ต้องมีการดึงเส้นผมแรงๆ ทำให้รากผมมีโอกาสหลุดออกมาจากหนังศีรษะได้ ต่อให้เป็นรากผมที่แข็งแรงก็ยังสู้แรงดึงของคนไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับคนที่รากผมอ่อนแออยู่แล้ว จำนวนเส้นผมที่ร่วงก็ยิ่งมีมากขึ้น

3. หวีผมตอนเปียก เวลาผมเปียก เป็นเวลาที่ไม่ควรหวีผมเลย เพราะเมื่อถูกน้ำเส้นผมจะเปราะบางเป็นพิเศษ ทำให้ร่วงง่ายถ้าจะหวีสาวๆ ควรจะหาหวีซี่ห่างๆ เพื่อให้ถูกเส้นผมให้น้อยที่สุด และไม่ควรเช็ดหรือขยี้ผมแรงๆ ในเวลานี้ด้วย

4. กรรมพันธุ์ ถ้าพ่อแม่คุณมีกรรมพันธุ์หัวล้านหรือผมบาง โอกาสที่ลูกจะเป็นอย่างนั้นก็มีสูง ในกรณีนี้วิธีเดียวที่สาวๆ จะหยุดอาการผมร่วงของคุณได้ก็คือ ต้องพึ่งมือหมอเท่านั้น

ภาพจาก : thairath.co.th

5. ความเครียด ความเครียดทำลายได้ทุกอย่าง ทั้งทำให้ระบบภูมิต้านทานเสีย ทำให้ผิวพรรณเหี่ยวย่น หรือแม้แต่ทำให้ผมร่วงทีละมากๆ ก็ยังได้ สาวๆ ที่อยากสวยจึงต้องพยายามคิดบวกเข้าไว้ ท่องไว้เลยนะว่าอย่าเครียดๆๆๆ

6. ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคไขข้อ ยารักษาอาการซึมเศร้า ยาสำหรับโรคหัวใจ ยาคุมกำเนิดบางชนิด รวมถึงถ้าได้รับวิตามินเอมากเกินความจำเป็นก็ทำให้ผมร่วงได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นกรณีนี้คงต้องทำใจอย่างเดียวเพราะผมร่วงแล้วก็ยังมีโอกาสงอกใหม่ แต่ถ้าเสียชีวิต โอกาสกลับมาคงเป็นศูนย์

7. เชื้อรา เจ้าเชื้อราตัวร้ายจะทำให้หนังศีรษะอักเสบ รากผมก็เลยเกาะไม่อยู่จนต้องร่วงลงมา แต่ไม่ต้องตกใจค่ะเพราะเรื่องแค่นี้รักษาได้ไม่ยาก ด้วยการไปหาหมอหรือหายาสระผมชนิดฆ่าเชื้อราบนหนังศีรษะมาใช้ ผมสวยๆ จะได้เลิกโบกมือลาหนังศีรษะเสียที

ขอขอบคุณ ที่มา : Spicy 



ปฏิกิริยาของคุณ?