คลีนเซอร์แต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน

คลีนเซอร์ที่เราใช้ทำความสะอาดใบหน้าอยู่ทุกวันนั้น สาวๆ รู้ไหมคะว่ามีอยู่หลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันด้วย

ภาพจาก : aquaplus.co.th

คลีนเซอร์ที่เราใช้ทำความสะอาดใบหน้าอยู่ทุกวันนั้น สาวๆ รู้ไหมคะว่ามีอยู่หลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันด้วย วันนี้เรามาทำความรู้จักกับคลีนเซอร์แต่ละชนิดกันค่ะ

คลีนซิ่งออย ประมาณปี 2000 เป็นต้นมา มาสคาร่าเริ่มเป็นกระแสหลักของการแต่งหน้า ในเวลาเดียวกันความต้องการคลีนซิ่งออยก็พุ่งขึ้นสูงตามมาด้วย เนื่องจากสามารถเช็ดมาสคาร่าชนิดกันน้ำได้อย่างหมดจดรวดเร็ว จนมัดใจสาวๆ ที่งานยุ่งได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม นอกจากคลีนซิ่งออยจะละลายเครื่องสำอางได้เร็วแล้ว บางครั้งก็ไปละลายเซรามายด์ (Ceramides) ซึ่งเป็นน้ำมันที่อยู่ระหว่างเซลล์ผิวหนังที่ทำหน้าที่ปกป้องผิวหนังด้วย ดังนั้น เมื่อเห็นว่าเครื่องสำอางถูกละลายจนหมดแล้วให้รีบล้างน้ำออกทันที

นอกจากนี้ หากล้างคลีนซิ่งออยไม่เกลี้ยงจะมีเมือกลื่นๆ ค้างบนใบหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงลักษณะดังกล่าว ควรชโลมน้ำบนหน้าแล้วคลึงจนเกิดขุ่นชาวคล้ายน้ำนมก่อนล้างน้ำออกจะทำให้สิ่งสกปรกถูกกำจัดออกเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม มีคลีนซิ่งออยชนิดไม่ละลายน้ำมันระหว่างเซลล์ผิวขายด้วย

ภาพจาก : aquaplus.co.th

คลีนเซอร์ ชนิดน้ำนม ครีม หรือเจล จะมีลักษณะเป็นน้ำมันลอยอยู่ในน้ำ น้ำจะเป็นส่วนที่สัมผัสใบหน้าก่อนจึงก่อให้เกิดการอักเสบได้น้อย นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับคลีนซิ่งออยแล้ว พบว่าปริมาณน้ำมันน้อยกว่าแต่ไม่ทำให้ผิวแห้ง ข้อเสียคือต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะละลายเครื่องสำอางหมด วิธีที่ถูกต้องในการใช้คลีนเซอร์ประเภทนี้คือ การทำความสะอาดผสมผสานกับการนวดไปเรื่อยๆ จนรู้สึกเบามือจึงล้างออก

คลีนเซอร์ชนิดครีมและน้ำนมเหมาะกับคนผิวแห้ง ส่วนคนที่มีปัญหาเรื่องสิวแนะนำให้ใช้ชนิดเจลที่มีน้ำมันน้อย ล้างแล้วจะรู้สึกหมดจดเกลี้ยงเกลา

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสาร Lisa